ฟิลเลอร์ปากกระจับ รับใบหน้า เลือกได้หลายทรง

การปรับแต่งทรงปากที่ให้สวยเหมาะกับรูปหน้า เป็นอีกหนึ่งง่ายๆ ในการเพิ่มความมีมิติให้กับใบหน้า ทำให้ใบหน้านั้นดูโดดเด่น และมีเสน่ห์น่าสนใจ สร้างความมั่นใจอย่างไม่รู้ตัว เพราะเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้อินฟลูเอนเซอร์ ดารา หรือบุคคลทั่วไป ได้ให้ความสำคัญกับทรงปากกันมากขึ้น นิยมริมฝีปากที่อวบอิ่ม มีน้ำมีนวลรับใบหน้า ซึ่งหนึ่งในวิธีปรับทรงปากให้เหมาะกับรูปหน้าที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันก็คือ “การฉีดฟิลเลอร์ปาก”

ฟิลเลอร์ปาก (Lip Filler) คืออะไร?

ฟิลเลอร์ปาก คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่ค่อนข้างปลอดภัย เพราะเป็นสารที่สังเคราะห์ได้จากธรรมชาติ และถูกสร้างมาเพื่อเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกาย มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ แพทย์จะทำการฉีดสารชนิดนี้เข้าที่ริมฝีปากเพื่อทำการปรับโครงสร้างของปากให้สวย มีมิติ มีรูปทรงที่เข้ากับรูปหน้ามากขึ้น แถมยังช่วยแก้ปัญหาปากแห้ง ปากลอก ปากแตกเป็นร่องได้ดีอีกด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากไม่เท่ากัน
  • ผู้ที่มีปัญหาริมฝีปากตก มุมปากคว่ำ จนทำให้ใบหน้าดูโกรธตลอดเวลา
  • ผู้ที่มีปัญหาปากแตก ปากร่อง ปากเป็นร่องไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีริมฝีปากหนา หรือบางเกินไป แล้วต้องการปรับทรงปากให้ดูกระจับมากยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่มีปัญหาปากเหี่ยวแห้ง
  • ผู้ที่ต้องการแก้ทรงปากให้ดูอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลมากกว่าเดิม
  • ผู้ที่ต้องการขอบปากที่ชัดมากขึ้น

How to เลือกทรงปากอย่างไร ให้เหมาะกับคนไทย

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าทรงปากที่ได้รับความนิยมในไทยนั้นแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ทรงปากสายฝอ ซึ่งมีริมฝีปากที่หนา ค่อนข้างดูเซ็กซี่แบบตัวแม่สุดๆ และทรงปากสายเกา ที่ดูกระจับน่ารัก ซึ่งทรงปากทั้งสองแบบนั้นเป็นทรงปากที่สวยและมีเสน่ห์ อาจจะทำให้สาวๆ หลายคนเลือกไม่ได้ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะฉีดฟิลเลอร์ปากทรงไหนดีถึงจะปังและเหมาะกับใบหน้าของตัวเอง

ก่อนที่เราจะไปดูว่าทรงปากไหนเหมาะกับตัวเองนั้น อันดับแรกเราต้องรู้ก่อนว่าโครงสร้างหรือหน้าตาของตัวเองนั้นเป็นแบบไหนระหว่าง ตาไม่เล็กแต่ก็ไม่โตมาก จมูกไม่พุ่ง (สาวเอเชีย) กับใบหน้าคม จมูกโด่ง ตาโต และคิ้วเข้ม (สาวตะวันตก)

เมื่อเรานึกถึงหน้าตาของคนไทยส่วนมาก เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงหน้าตาแบบแรกนั่นก็คือ ตาไม่เล็กแต่ก็ไม่โตมาก จมูกไม่พุ่ง คล้ายคลึงกับสาวเอเชีย เช่น เกาหลี ฯลฯ กันซะมากกว่า ดังนั้นแล้วถ้าหากคุณต้องการทรงปากที่เข้ากับใบหน้า ฉีดฟิลเลอร์แล้วสวยปัง การฉีดฟิลเลอร์ปากให้ดูสายเกา น่าจะช่วยให้หน้าของคุณดูโดดเด่นมีเสน่ห์ มีมิติ และเหมาะกับใบหน้ามากกว่าทรงปากสายฝอ

สำหรับใครที่สนใจฉีดฟิลเลอร์กำลังมองหาทรงปากสายเกาที่ทั้งกระจับ อวบอิ่มน่าจุ๊บ โดดเด่นจนต้องเหลียวหลัง และกำลังมาแรงในไทย เราขอแนะนำทรงปากดังต่อไป

  • Cherry Kysse
  • Heavy Lower Lips
  • Bow Shaped Lips
  • Wide Lips

สำหรับสัดส่วนทรงปากสายเกาที่สวยและมีเสน่ห์หลังปรับแก้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ควรมีสัดส่วนดังต่อไปนี้

  1. สัดส่วนของริมฝีปากบน:ล่าง ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 1.0:1.6
  2. ร่องริมฝีปากบน (Phitrum) จะต้องมีขอบหยักที่ชัดเจน
  3. มุมปาก (Oral Commissures) ควรจะยกขึ้นเล็กน้อย ไม่ควรทิ่มลงเหมือนมุมปากตก
  4. ขอบปาก (Vermillion Border) ควรมีสัดส่วนเท่ากัน และมีขอบที่ชัดเจนทั้งสองข้าง
  5. เนื้อปาก (Vermillion) ควรจะอวบอิ่มเรียบเนียน ดูชุ่มชื้นไม่มีริ้วรอย

ปากบาง – ปากหนา ฉีดฟิลเลอร์ปากได้หรือไม่?

สำหรับใครที่ไปผ่าตัดจนปากบางเกินไป หรือเป็นคนปากหนา ปากใหญ่จากพันธุกรรมตั้งแต่เด็ก ต้องการปรับรูปทรงปากให้ดูกระจับ ดูหวาน ดูอวบอิ่มมากยิ่งขึ้น ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับแต่งทรงปากได้เช่นเดียวกัน ยกเว้นในกรณีที่เคยผ่าตัดจนริมฝีปากจนทำให้ปากบางมากๆ นั้น บางคนอาจจะมีพังผืดเกิดขึ้นจากการผ่าตัด ก็อาจจะทำให้ริมฝีปากเติมฟิลเลอร์ได้น้อยลง ปากอาจจะดูไม่อวบอิ่มสักอย่างที่ต้องการ

ฟิลเลอร์ปาก อันตรายหรือไม่?

“ปาก” เป็นอวัยวะที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก อาจจะก่อให้เกิดการอุดเส้นเลือดได้ถ้าหากเลือกฉีดกับคลินิกเถื่อนหรือแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ ดังนั้นถ้าไม่อยากเสี่ยงกับฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด จนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ก็ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากกับคลินิกที่มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ กับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากควรเตรียมตัวอย่างไร

  • ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์อย่างละเอียด
  • หาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกและแพทย์ผู้ทำหัตถการที่สนใจฉีดฟิลเลอร์
  • ศึกษารีวิวจากผู้ใช้บริการของคลินิกนั้นๆ
  • หลีกเลี่ยงการทานยา NSAIDs ยาแอสไพริน หรือยาทาเพื่อผลัดเซลล์ผิว
  • งดดื่มแอลกอฮอล์
  • งดการทำกิจกรรมทุกชนิดที่อาจจะทำให้เลือดสูบฉีด
  • แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้แพทย์ทราบ

หลังฉีดฟิลเลอร์ปากควรดูแลตัวเองอย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์ปากเห็นผลภายในกี่วัน?

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปากเสร็จแล้ว ผลลัพธ์หลังฉีดจะเห็นภายในระยะเวลา ดังนี้

  • วันแรก ริมฝีปากจะอวบอิ่มมากขึ้นกว่าเดิม แต่ผลลัพธ์จะยังไม่ค่อยเห็นชัดเจนมากนัก
  • 2-3 วัน ริมฝีปากจะมีอาการบวมแดง หรือรู้สึกเจ็บจากการบวมแดงในบริเวณที่ฉีด (เป็นเรื่องปกติ สามารถหายได้เอง)
  • 4-5 วัน ความรู้สึกเจ็บ และอาการบวมแดงจะค่อยๆ ลดลง เริ่มมองเห็นทรงปากชัดเจนมากยิ่งขึ้น
  • 1-2 สัปดาห์ เห็นทรงปากชัดเจน ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดฟิลเลอร์ปากโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ และวิธีการดูแลตัวเองหลังจากฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้ฟิลเลอร์คงอยู่ได้นานๆ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการทานอาหารร้อน เพราะอาจจะทำให้ฟิลเลอร์สลายได้เร็วยิ่งขึ้น

เพิ่มความมีมิติให้ใบหน้า สร้างเสน่ห์ให้น่ามองด้วยการปรับทรงปากให้เข้ากับสไตล์ได้ที่ The Venisia Clinic

[seed_social]

Similar Posts